Recommend

สวัสดีทุกคนหลังจากห่างหายไปนานกับซีรีส์นี้
 
และแล้วก็ใกล้ถึงตอนจบแล้วล่ะค่ะ ต้องขอบคุณจริง ๆ นะคะที่ยังรอ (ถ้ามีนะ ถ้ามีTWT")
 
เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลานาน เข้าสู่เนื้อเรื่องเลยค่ะ
 
หลังจากที่เราไปสำรวจป่าดิบเขา ณ ดอยสุเทพ
 
เราก็ได้พบพฤติกรรมของต้นไม้ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน
 
ต้นไม้ก็ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นนัก คือ พยายาม"รักษาชีวิต"ตนเองไว้
 
ณ ยอดดอยสุเทพ เราไปเจอต้นไม้ใหญ่ และได้คุยกันว่าทำไมต้นไม้ถึงไม่ใหญ่ไปเรื่อย ๆ

 
 
 




 
 
หลังจากที่เราคุย ถาม แลกเปลี่ยนความรู้กันแล้ว เราเดินลึกเข้าไปในป่า
 
พบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
 
 
และคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมา "ทำไมลำต้นมันเยอะจัง แล้วทำไมมันมีช่องตรงกลางด้วยอ้ะ?"
 
แล้วก็เข้าทางสตีฟ นักนิเวศวิทยาชาวอังกฤษที่เป็นอ.ดูแลแลปส่วนนี้
 
"นี่คือต้นมะเดื่อ คำตอบที่ได้นี้จะเป็นกลยุทธ์ที่ 3 สำหรับการเอาชีวิตรอด"
 
กลยุทธ์ที่ 3 "โอบรัดให้ตาย!!!!"
 
ขณะที่บรรดานศ.กำลังทำหน้าช็อคโลก มันโอบให้ตายยังไง สตีฟจึงค่อย ๆ แถลงไขเป็นนิทาน
 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งกางแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นใหญ่ในผืนป่า
 
 
และเจ้านกตัวหนึ่งผู้มีบทบาทอย่างไม่รู้ตัวได้กินผลมะเดื่อซึ่งมีเมล็ดย่อยยาก
 
และมีสารทำให้ถ่ายบ่อย ถ่ายเร็ว ก่อนที่เมล็ดจะถูกย่อย จากนั้นมันก็โผบินออกสู่ท้องฟ้า
 
มันบินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ฤทธิ์ของมะเดื่อทำให้มันต้องถ่ายกระทันหัน
 
มันอาจจะรู้ตัวหรือไม่ก็ได้ที่มันถ่ายมูลที่มีเมล็ดมะเดื่อลงมาระหว่างบิน
 
แต่ที่แน่ ๆ มันไม่รู้ตัวเลยว่ามันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในป่านี้แล้ว
 
เมื่อมันเป็นผู้ทำให้เมล็ดมะเดื่อ ไปติดกิ่งก้านหนึ่งของต้นไม้ใหญ่เข้า
 
 
เจ้าเมล็ดมะเดื่อที่ตกสู่กิ่งต้นไม้ใหญ่นั้น ก็ไม่รู้เลยว่ามันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
 
มันแค่ทำตาม "พันธุกรรมของมันที่ได้รับมา"
 
มันค่อย ๆ งอกกล้าออกจากเมล็ด ขณะที่รากของมันยังไม่หยั่งถึงดิน
 
มันเติบโตอย่างยากลำบากบนกิ่งต้นไม้
 
การเติบโตของมันเริ่มแรกเป็นไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากมันใช้สารอาหารและพลังงานจากเมล็ด
 
แต่หลังจากนั้น มันก็ต้องเลี้ยงชีพจากใบอันน้อย ๆ ของมันพอประทังชีวิต ได้แต่รอและรอ
 
รอวันที่รากจะหยั่งไปถึงพื้นดิน
 
ส่วนต้นไม้ใหญ่ผู้ให้ที่อยู่อาศัยแก่กล้ามะเดื่อนั้น มันก็ไม่รู้ชะตากรรมของตนเช่นกัน
 
ว่าเมื่อใดที่รากมะเดื่อหยั่งถึงดินแล้ว นั่นคือเวลาของมันที่จะต้องลาจากป่าผืนนี้ไป
 
 
และวันนั้นก็มาถึง วันที่รากมะเดื่อหยั่งถึงดิน รากนั้นแลดูคล้ายลำต้นมากกว่าจะเป็นราก
 
การที่รากหยั่งถึงดินนั้นทำให้มะเดื่อเติบโตอย่างรวดเร็ว
 
เพราะลำต้นที่ชูใบมันบนกิ่งต้นไม้ใหญ่นั้น บัดนี้ก็โตและเฉิดฉายรับแสงอาทิตย์จากเบื้องบนเต็มที่
 
ส่วนรากนั้นก็ดูดสารอาหารจากดิน มันโตขึ้นเร็วมาก เร็วมาก
 
เร็วเกินกว่าที่ต้นไม้ใหญ่ผู้ให้ที่อยู่คาดถึง
 
 
เจ้าต้นไม้ที่เคยให้ที่อยู่แก่ต้นมะเดื่อน้อยสู้คลื่นชีวิตระลอกใหม่ไม่ไหว
 
เจ้าต้นมะเดื่อหนุ่มโตเร็วกว่าต้นไม้แก่ ๆ อย่างมันมาก
 
ด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น ลำต้นที่แข็งแกร่งขึ้น
 
และความสามารถของมันที่รับแสงอาทิตย์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งต้นไม้ชราอีกต่อไป
 
ทั้งหมดนี้ทำให้ต้นไม้ชราถูกโอบรัดไว้ด้วยรากและลำต้นของมะเดื่อหนุ่ม
 
มันค่อย ๆ รัดต้นไม้ชราจนโค่นลง ๆ ต้นไม้ชราจึงค่อย ๆ ตายลงอย่างช้า ๆ
 
ร่องรอยต้นไม้ชราค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา คงไว้แต่ช่องของมันใต้รากและลำต้นมะเดื่อที่บอกว่ามันเคยอยู่
 
 
อนิจจา สักวันหนึ่ง หากมีต้นมะเดื่อใหม่ทำเช่นเดียวกับมัน มันก็จะตายลงเช่นกัน
 
หรือหากมีต้นที่ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้มากกว่า ก็ถึงเวลาของมันเช่นกันที่จะตายไป
 
สตีฟรำพันก่อนจบนิทานเรื่องนี้ลง
 
/me เอ๊ะ แต่อาจจะโลกร้อนตายก่อนก็ได้นะคะ แสงมากเกินไป (ฮา) T^T
 
และนี่ก็คือที่มาของกลยุทธ์การมีชีวิตรอดที่ 3 "โอบให้ตาย"
 
สรุปกันอีกสักครั้ง
 
กลยุทธ์ที่ 1 "แย่งกันโตเพื่อเข้าถึงอาหารที่มากกว่า"
กลยุทธ์ที่ 2 "ขโมยจากผู้อื่น"
กลยุทธ์ที่ 3 "โอบรัดให้ตาย"
 
อ่านกันจบแล้วคงปวดใจกันน่าดู แม้แต่ต้นไม้ก็มีการแย่งชิงทรัพยากรกัน ทั้ง ๆ ที่มันก็อยู่อย่างพอเพียงได้
 
แต่ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตนั้นถูกใครสักคนบัญญัติมาให้ห้ำหั่นกันหยั่งงั้น
 
อยากบอกทุกท่านว่า "นี่ไม่ใช่กลยุทธ์ทั้งหมด"
 
คราวหน้า เราจะมาจรรโลงใจกับป่าเบญจพรรณและป่าผลัดใบกันบ้าง
 
แล้วเราก็จะได้รู้ว่า กลยุทธ์การเอาชีวิตรอดนั้น ไม่จำเป็นต้องโหดร้ายเสมอไป
 
โลกนี้ล้วนมีด้านน่ารักเช่นเดียวกับด้านน่ากลัว
 
แล้วเจอกับด้านน่ารักนั้นได้ในตอนที่ 4 นะคะ^^

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!
บล๊อกน่ารัก ได้ความรู้อีกด้วย big smile big smile

#10 By YiM-YiiM on 2012-06-06 01:00

อัพเอนทรีอีกนะคะ อยากอ่านอีก  confused smile

#9 By Lookplu8 on 2012-06-05 19:20

Hot! Hot! Hot! Hot!

ได้ข้อคิดดีๆมากมายเลยล่ะครับ..

ดีจังฮะ^^confused smile
อธิบายการเติบโตของมะเดื่อได้น่าสนใจมาก 
ก็เป็นเรื่องธรรมดาอะนะ ที่ผู้แข็งแกร่งจะเป็นผู้ที่อยู่รอด Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By Death moon on 2012-06-04 10:21

confused smile Hot! Hot!

#6 By ปิยะ99 on 2012-06-02 09:21

การ์ตูนน่ารัก ได้ความรู้อีกต่างหาก
Hot! Hot! Hot! surprised smile double wink

#5 By บุรุษนิรนาม on 2012-05-31 16:01

เฮ้ เอ็นทรี่นี้สุดยอดมากมาย
เจอคนคอวิทยาศาสตร์เหมือนกันซะแล้ว
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!
ปล เรื่องถุงซิบ เราเอาส่วนที่ถุงดูดติดกัน
มาฝานออกเพื่อดูหน้าตัด ว่ามันเกาะกันได้ยังไง
ขอโทษที่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพราะวันนั้น
อารมณ์กำลังอยากเล่นสงกรานต์ อิอิ

#4 By Nirankas on 2012-05-31 07:19

โอ.. ต้นไม้ที่มีโพรงๆ เกิดมาจากอย่างนี้นี่เอง
เจอมาเยอะ แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ได้แต่ถ่ายรูปค่ะ
เจ๋งอะ Hot!

#3 By แอ้ on 2012-05-30 07:00

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อ๊ากกกกชอบบบบบบ อ่านไปอ่านมา นึกถึงพวก กาฝากไงๆก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ ธรรมชาติก็เหมือนมนุษย์ มีมากไปก็ต้องแย่งกันอยู่ แข่งขัน เพื่อเอาชีวิตรอด แอร๊กกก..แลดูน่ากลัว ฮ่าๆopen-mounthed smile

#2 By Lookplu8 on 2012-05-29 21:34

ธรรมชาติมีมุมที่น่ากลัวเสมอ Hot! Hot! Hot!

#1 By วิหคสีคราม on 2012-05-29 20:39